*หน้าที่ของระบบประสาท


หน้าที่ของระบบประสาท

การทำงานของระบบประสาท

การทำงานของระบบประสาท ประกอบด้วย สมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทในร่างกายและอวัยวะรับความรู้สึก ทำหน้าที่ร่วมกันในการรับความรู้สึกของอวัยวะต่าง ๆและตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รู้สึกเย็น ร้อน เจ็บ คัน ปวด แสบ ควบคุมการทำงานของร่างกาย ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ ความทรงจำต่าง ๆ  แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. ระบบประสาทส่วนกลาง

2. ระบบประสาทส่วนปลาย

3. ระบบประสาทอัตโนมัติ

ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง และไขสันหลัง เป็นศูนย์กลางควบคุมและประสานงานการทำงานของร่างกายทั้งหมด

1. สมอง (Brain)
    สมองของคนมีน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม บรรจุอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ ซึ่งป้องกันสมองไม่ให้

ได้รับการกระทบกระเทือน สมองประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากกว่าร้อยละ 90 ของเซลล์ประสาททั้งหมดในร่างกาย โดยมีเซลล์ประสาทประสานงานเป็นส่วน ทำหน้าที่ควบคุมการทำกิจกรรมทั้งหมดของร่างกาย เป็นอวัยวะชนิดเดียวที่แสดงความสามารถด้านสติปัญญาการทำกิจกรรมหรือการแสดงออกต่าง ๆ และยังมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย (Homeostasis) เจริญสูงสุดภายใน 5 ปีแรก แบ่งออกเป็น 2 ชั้น สมองชั้นนอก เรียกว่าเนื้อเทา Gray matter และสมองชั้นในเรียกว่าเนื้อขาว White matter สมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

          1.1 สมองส่วนหน้า (Forebrain) ประกอบด้วย

               1.1.1 ซีรีบรัม (Cerebrum) เป็นส่วนของสมองที่อยู่บนสุดของศีรษะ มีรูปร่างเป็นพูย้อย ตั้งแต่หน้าผากไปตามรูปของกะโหลกศีรษะจนถึงบริเวณท้ายทอย มีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 80% ของสมองทั้งหมด

 เนื่องจากเป็นศูนย์กลางในการควบคุมพฤติกรรมการเรียนรู้ ความจำ การวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ไหวพริบ การได้ยิน การรับรส

                1.1.2 ทาลามัส (Thalamus) เป็นส่วนที่อยู่ต่อจากสมองแท้ลงมา ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับกระแสประสาทความรู้สึกที่ถูกส่งมาจากอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่ไขสันหลัง ผ่านก้านสมอง (Medulla oblongata) พอนส์ และสมองส่วนกลาง (Midbrain) ตามลำดับ เป็นศูนย์รับและถ่ายทอดความรู้สึกไปยังซีรีบรัมทาลามัสยังทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กแรกเกิดในขณะที่สมองแท้ยังทำงานได้ไม่เต็มที่อีกด้วย

      1.1.3 ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) มีหน้าที่สำคัญในการสร้างความสมดุลให้กับระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ควบคุมการทำงานของต่อมพิทูอิทารี รักษาระดับความสมดุลของอุณหภูมิร่างกาย การหายใจ การหลับ การตื่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด ควบคุมความสมดุลในการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ควบคุมแรงขับ (Drive) ต่าง ๆ เช่น ความหิว ความกระหายความต้องการทางเพศ เป็นต้น ความสำคัญของไฮโปทาลามัสนี้เองบางครั้งจึงได้รับสมญาว่าผู้พิทักษ์ร่างกาย (Guardian of body)

          1.2 สมองส่วนกลาง (Midbrain) อยู่ถัดจากสมองส่วนหน้ามีขนาดเล็ก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็น  การได้ยิน และการสัมผัส

          1.3 สมองส่วนท้าย (Hindbrain) ประกอบด้วย

     1.3.1 เซรีเบลลัม (Cerebellum) คือ สมองส่วนท้าย เป็นส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและการทรงตัวช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำเช่น การเดิน การวิ่ง การขี่รถจักรยาน

     1.3.2 พอนส์ (Pons) เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากสมองส่วนกลาง ด้านขวาของพอนส์จะอยู่ติดกับ

สมองเล็ก (cerebellum) โดยมีใยประสาทเป็นตัวเชื่อม จึงทำให้พอนส์เป็นทางผ่านของกระแสประสาทที่มาจากส่วนล่างเข้าสู่สมองแท้และสมองเล็ก เพื่อให้เกิดการประสานงานกันระหว่างสมองทั้งสองชนิด เช่น สามารถเคลื่อนไหวได้พร้อมกับการทรงตัวที่ดี การเคี้ยวอาหาร หารหลั่งน้ำลาย การหายใจ การฟัง

              1.3.3 เมดัลลาออบลองกาตา (Medulla Oblongata) คือ ส่วนที่อยู่ติดกับไขสันหลัง ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น การหายใจการเต้นของหัวใจ การไอ การจาม การกะพริบตา ความดันเลือด

          2. ไขสันหลัง (Spinal cord) เป็นส่วนที่ต่อเนื่องมาจากสมองส่วนปลายมีจุดตั้งต้นมาจากบริเวณ base of skull ลงมาตามกระดูกสันหลัง (Vertebral column) มีความยาวประมาณ 42-45 ซม. มีเส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal nerve) จำนวน 31 คู่ออกจากไขสันหลัง

หน้าที่ของไขสันหลัง

1. เป็นศูนย์กลางของ Spinal reflex

2. ตำแหน่งแรกที่รับสัญญาณประสาทจากระบบรับความรู้สึกเพื่อที่จะนำส่งต่อไปยังสมอง

3. เป็นตำแหน่งที่สิ้นสุดของสัญญาณประสาทที่มาจากระบบประสาท Motor เนื่องจากมี  Anterior motor neurons ที่จะเป็นเซลล์ประสาทที่รับคำสั่งจาก Corticospinal tract และสั่งการไปยังเซลล์กล้ามเนื้อ

4. เป็นทางเดินของกระแสประสาทที่ติดต่อระหว่างไขสันหลังและสมอง

5. เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทออโตโนมิก (autonomic nervous system)

Reflex เป็นกลไกการตอบสนองที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากถูกกระตุ้น เกิดได้เนื่องจากมี Synapse ของ Sensory และ Motor Neuron โดยตรง Spinal reflex


ระบบประสาทส่วนปลายประกอบด้วย

1. Sensory-somatic Nervous System ประกอบไปด้วย เส้นประสาทสมอง 12 คู่ และเส้นประสาทสันหลัง 31 คู่

–  Cranial Nerve เส้นประสาทสมองทั้ง 12 คู่นั้นมีหน้าที่ในการรับความรู้สึกและการ

เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ในปากและคอ เส้นประสาทสมองบางคู่มีเฉพาะส่วนที่เป็น Sensory บางคู่ก็เป็น motor อย่างเดียว และมีบางคู่เป็นแบบผสม

–  Spinal Nerves เส้นประสาทสันหลังทุกเส้นประกอบไปด้วยส่วนที่เป็น Sensory และ

Motor ซึ่งจะทำงานภายใต้อำนาจจิตใจ

2. Autonomic nervous system เป็นการควบคุมการทำงานของร่างกายที่อยู่ภายนอกจิตใจ ประกอบไปด้วยทั้งส่วนที่เป็น sensory และ motor ซึ่งวิ่งระหว่าสมองส่วนกลาง (บริเวณ hypothalamus และ meduula oblongata) และอวัยวะภายในต่างๆเช่น หัวใจ ปอด กระเพาะ เป็นต้น แบ่งเป็น 2 ระบบคือ sympathetic และ parasympathetic nervous system ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะสั่งงานตรงข้ามกันในแต่ละอวัยวะ

–  Sympathetic Nervous System จะถูกกระตุ้นในกรณีฉุกเฉิน ผลจากการกระตุ้นเช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เลือดไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้น การย่อยอาหารลดลง

–  Parasympathetic Nervous System ผลจากการกระตุ้นระบบนี้ออกฤทธิ์ตรงข้ามกับการกระตุ้น sympathetic ผลการออกฤทธิ์เช่น หัวใจเต้นช้าลง ลำไส้ทำงานมากขึ้น

อาการที่บ่งชี้ว่ามีความผิดปรกติของระบบประสาท  อาการที่ผู้ป่วยมีขึ้นอยู่กับตำแหน่งของโรค เช่น

1. ปวดศีรษะ

2. กล้ามเนื้ออ่อนแรง

       3. ชา

4. ซึม หรือหมดสติ

5. ชัก

 

โรคหรือภาวะผิดปกติของระบบประสาท

การบาดเจ็บของระบบประสาท เช่นได้รับอุบัติเหตุทำให้เกิดอันตรายต่อสมองไขสันหลัง และเส้นประสาท ผลกระทบที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บและความรุนแรง ผู้ป่วยอาจเกิดอัมพาต หรือไม่รู้สติเป็นเจ้าหญิงนิทรา

โรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบทำให้เกิดการตายของเนื้อสมอง หรือหลอดเลือดในสมองแตกทำให้มีก้อนเลือดในสมอง อาการของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรค ผู้ป่วยมักจะเกิดอัมพาตครึ่งซีก ภาวะนี้เกิดในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน

โรคติดเชื้อของระบบประสาทกลาง เช่นโรคสมองอักเสบ การติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง ฝีในสมอง ผู้ป่วยอาจมีความผิดปรกติของการรู้สติ ชัก โรคสมองเสื่อม พบในคนชรา ผู้ป่วยมีอาการหลงลืม ความจำเสื่อม

ความผิดปรกติทางเมตาโบลิก เช่นการขาดวิตามินหรือสารอาหาร ผู้ป่วยที่ขาดวิตามิน B ทำให้เกิดเส้นประสาทอักเสบ มีอาการชาปลายมือปลายเท้า ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็อาจมีอาการที่เกิดจากเส้นประสาทอักเสบได้เช่นกัน

มะเร็งของระบบประสาท เช่น มะเร็งของสมอง หรือมะเร็งของอวัยวะอื่นที่แพร่กระจายมาที่สมอง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง หรือมีอาการอ่อนแรง หรืออาการผิดปรกติอื่นขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรคอื่นๆ เช่น โรคลมชัก (Epilepsy) ไมเกรน

ทำหน้าที่รับและนำความรู้สึกเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้แก่ สมองและไขสันหลังจากนั้นนำกระแสประสาทสั่งการจากระบบประสาทส่วนกลางไปยังหน่วยปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยรับความรู้สึกและอวัยวะรับสัมผัส รวมทั้งเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่อยู่นอกระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทรอบนอกจำแนกตามลักษณะการทำงานได้ 2 แบบ ดังนี้

1. ระบบประสาทภายใต้อำนาจจิตใจ เป็นระบบควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อที่บังคับได้ รวมทั้งการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก

2. ระบบประสาทนอกอำนาจจิตใจ เป็นระบบประสาทที่ทำงานโดยอัตโนมัติ มีศูนย์กลางควบคุมอยู่ในสมองและไขสันหลัง ได้แก่

–  การเกิดรีเฟลกซ์แอกชัน (Reflex Action) และเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นที่อวัยวะรับสัมผัส

เช่น ผิวหนัง กระแสประสาทจะส่งไปยังไขสันหลัง และไขสันหลังจะสั่งการตอบสนองไปยังกล้ามเนื้อ โดยไม่ผ่านไปที่สมอง เมื่อมีเปลวไฟมาสัมผัสที่ปลายนิ้วกระแสประสาทจะส่งไปยังไขสันหลังไม่ผ่านไปที่สมอง ไขสันหลังทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อที่แขนเกิดการหดตัว เพื่อดึงมือออกจากเปลวไฟทันที

 วิธีการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท

          การป้องกันดูแลรักษาระบบประสาท

          1. ระมัดระวังและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

          2. หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดทุกชนิด

          3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายการทำงานของสมอง เช่น

                   - รับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป

                   - ไม่รับประทานอาหารเช้า

                   - การรับประทานอาหารหวานมาก

                   - การอยู่ในที่ที่มีมลพิษทางอากาศ เช่น สถานที่ที่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีควันบุหรี่ ฝุ่นละอองมาก

                   - การอดนอนบ่อย ๆ

                   - การนอนคุมโปง

                   - การไม่ใช้สมอง ไม่ใช้ความคิด ไม่ฝึกความจำ มีผลต่อการทำให้สมองฝ่อ

          4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

          5. ดูแลและถนอมการใช้สายตา

          6. ดูแลการได้ยิน

          7. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

          8. ถ้ามีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะมาก อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือชาตามแขนขา ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที

          การสร้างเสริมระบบประสาท

          1. รับประทานอาหารที่บำรุงสมอง เช่น อาหารที่มีวิตามินบี 1 บี 12 โอเมกา 3

          2. ฝึกสมอง กระตุ้นให้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ทำงานเชื่อมโยงกัน เช่น ปิดตาทำกิจกรรม เพื่อเปลี่ยนความเคยชิน ปิดไฟในห้องแล้วใช้มือคลำทาง เพื่อกระตุ้นประสาทในส่วนสัมผัส หากิจกรรมสนุก ๆ ทำ เพื่อฝึกสมองซีกซ้ายซีกขวา

          

Comments